ขึ้นเหนือรับลมหนาว ที่สิงห์ปาร์ค ร่วมสัมผัสกิจการเพื่อสังคม(Social Enterprise)

ขึ้นเหนือรับลมหนาว ที่สิงห์ปาร์ค ร่วมสัมผัสกิจการเพื่อสังคม(Social Enterprise)Social-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-01

ฤดูหนาวเป็นเทศกาลที่หลาย ๆ คน อยากจะเดินทางไปทางภาคเหนือเพื่อที่จะไปรับลมหนาว และซึมซับบรรยากาศความหนาวเย็นที่โรแมนติก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และเชียงราย ก็เป็นอีกหนึ่งที่หมายที่หลายคนวางแพลนที่จะไปเยือนกัน ในจังหวัดเชียงรายก็มีที่เที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น วัดร่องขุน ดอยตุง พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ศูนย์วิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวัน(สำหรับท่านที่ชอบปฏิบัติธรรม) ล่องแม่น้ำโขงวันเดียวเที่ยว 3 ประเทศ(ไทย-ลาว-พม่า) ดอยแม่สลอง ภูชี้ฟ้า และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ค ที่คนไปเชียงรายพลาดไม่ได้เลย อย่างที่ผมบอกไว้ข้างบนว่า ร่วมสัมผัสกิจการเพื่อสังคมหรือ Social Enterprise เกี่ยวอย่างไรกับ สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด)Social-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-02

สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) หลังจากที่เราได้เข้าไปเยี่ยมชมความสวยงามของธรรมชาติและพืชผลทางการเกษตร หรือจะมาปั่นจักรยาน ซึ่งตอนที่ผมไปได้เห็นนักปั่นทีมชาติมาเก็บตัวเพื่อฝึกซ้อมที่ สิงห์ปาร์ค อีกด้วย หรือจะแวะมาทานอาหารที่ ร้านอาหารภูภิรมย์ ที่มีเมนูอาหารหลากหลายให้เราได้เลือกทาน และปลูกจากพืชพันธุ์ ที่ปลูกใน สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) นี้เอง หรือบางคนอาจจะมาเที่ยวในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬา คอนเสิร์ต หรือ เทศกาลบอลลูน

Social-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-12

Social-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-03

สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) เกี่ยวข้องอย่างไรกับ กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) อย่างที่บอกว่า สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) เปิดให้เราได้เข้าชมและสัมผัสธรรมชาติโดยไม่มีการเก็บค่าเข้าแต่อย่างไร ซึ่งนี้เองทำให้หลาย ๆ คนต้องแวะมาชมให้ได้ แต่กว่าจะออกมาเป็น สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) ที่สวยงามแบบที่เราได้เห็นได้ชมกัน ก็เกิดจากแรงคิด จากสิงห์ คอร์เปอเรชั่น แรงงานของคนในท้องถิ่น สร้างสรรค์จนเป็นแลนด์มาร์คที่น่าสนใจอีกหนึ่งแห่งของเชียงรายSocial-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-04

จากที่ว่า สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด)ได้ทำกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ทำอย่างไร สิงห์ได้นำ พระราชดำรัสของในหลวงมาดำเนินการจนเป็น สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) โดยเป็นการสร้างงานให้กับคนในท้องถิ่น ในอัตรามากกว่า 1,000 อัตรา โดยรายได้ในการจำหน่ายพืชผล ก็จะกลับมาเป็นรายได้ของคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานที่มาดูแลสวน ดูแลพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) ซึ่งมีมากมาย และยังทำให้เด็ก ๆ หรือนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา ได้กลับมาใช้วิชาชีพและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด  ทำให้เห็นภาพเล็ก ๆ ที่ สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) ทำให้เกิดสำนึกรักบ้านเกิดนั้นเอง ทำให้ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และเห็นเวลาที่พวกเค้ากลับบ้านบางคนมี ครอบครัวมีลูกตัวเล็กมาคอยรับ เห็นแล้วมันน่าชื่นใจมาก พอนึกถึงก็อยากกลับไปหางานทำที่บ้านเกิดเหมือนกันนะครับSocial-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-06

สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) ยังเป็นแหล่งวิจัยและทดลองพันธุ์พืช ที่สำคัญอีกแห่งก็ว่าได้ เพราะมีหลายพืชพันธุ์ ที่ทำการวิจัยและทดลองปลูกจากที่นี้ ซึ่งมีพันธุ์พืชอีกหลายชนิด ที่เราไม่เคยทราบเลยว่าสามารถปลูกได้แล้วในประเทศไทย อย่างเช่น บูลเบอรี่ พริกฮาบาเนโร่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก เป็นต้น ซึ่งกำลังทดลองปลูกว่าจะทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นและสามารถทำเป็นพืชเศรษฐกิจได้ เป็นครั้งแรกของผมเลยที่ได้เห็นต้นของทั้ง บูลเบอรี่ ราสเบอรี่เหมือนได้เป็นการศึกษาและเพิ่มประสบการณ์ชีวิตไปในตัว ถ้าใครได้แวะมาจะเห็นว่า มีทั้งบูลเบอรี่ และราสเบอรี่ สตอเบอรี่สด จำหน่ายที่ สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด)

Social-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-07

Social-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-05Social-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-08Social-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-09

จาก สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) ได้นำหลักการ กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) มาใช้ทำให้นึกสุภาษิตที่ “พ่อค้าให้ปลา พระราชาให้เบ็ด” การสร้างอาชีพให้ดีกว่าการหยิบความช่วยเหลือเป็นครั้งคราวเพราะคนในชนบทก็จะได้มีสัมมาอาชีพ เพื่อเลี้ยงชีพและครอบครัวของเค้าอย่างยั่งยืน และยังแอบหวังว่าจะมีองค์กรต่าง ๆ หันมาสนใจและทำกิจการเพื่อสังคม(Social Enterprise) เพิ่มมากขึ้นเพราะเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนและวัยรุ่นได้มีโอกาสร่วมพัฒนาชุมชนของพวกเค้า

Social-Enterprise-กิจการเพื่อสังคม-สิงห์ปาร์ค-11

เปิดประสบการณ์เบื้องหลังสนามแข่งรถระดับโลก Sepang 12 hours 2015

 เปิดประสบการณ์เบื้องหลังสนามแข่งรถระดับโลก Sepang 12 hours 2015Sepang-12-hours-13

ผมได้มีโอกาสไปร่วมชมการแข่งรถ super car ระดับโลก Sepang 12 hours 2015  ที่สนาม Sepang international circuit ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการไปชมการแข่งรถที่ต่างไปจากปกติที่เราไปชมกันเพราะครั้งนี้ ได้มีโอกาสตามติดทีม TP12 Racing Team ไปเก็บเบื้องหลัง การแข่งขัน การเตรียมตัว การจัดการทีม อย่างไรถึงได้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันSepang-12-hours-16

ในการแข่ง Sepang 12 hours 2015 นี้เป็นการแข่งขันที่โหดมากเพราะแข่งกันตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืนกันเลย ต้องอึดทั้งคนขับ ทีมงาน และแม้กระทั่งคนชมเองด้วยครับSepang-12-hours-03

การแข่งขันครั้งนี้มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน Sepang 12 hours 2015 ถึง 24 ทีม มีรถ super car จากหลายแบรนด์ที่ถูกนำมาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Ferrari 458, Bentley Continental, Audi R8, Mercides-Benz SLS AMG, Porsche 997, McLaren  650s, Lamborghini Super Trofeo Huracan, Porsche 911 Carrera , Porsche 991, Toyota GT86, Subaru STI Impressa 2.0, Exige V6

Sepang-12-hours-02

กว่าจะเริ่มการแข่งขัน Sepang 12 hours 2015 ได้เห็นทีมทำงานกันอย่างแข็งขันและมุ่งมันเป็นอย่างมากเพื่อชัยชนะที่รอคอย ทุกอย่างมีการเตรียมความพร้อมกันอย่างแม่นยำ เพราะถ้าหากผิดพลาดเพียงเล็กน้อยบางครั้งอาจจะหมายถึงชีวิตของนักแข่งรถกันเลยทีเดียวSepang-12-hours-12ทุกกระบวนการมีความสำคัญในการแข่งขัน Sepang 12 hours 2015 ทั้งเพราะทุกอย่างจะประกอบกันเป็นชัยชนะและความสำเร็จเพราะฉะนั้น ผู้คุมทีมเลยให้ความสำคัญในทุกกระบวนการ

Sepang-12-hours-01

และจากแข่งขัน Sepang 12 hours 2015 ถึง 12 ชั่วโมงซึ่งมาที่ประเทศ มาเลเซียช่วงนี้เป็นหน้าฝนจึงมีฝนตกเป็นระยะ ซึ่งเมื่อการแข่งขันดำเนินมาได้ช่วงนึงก็เกิดฝนตกอย่างหนักจนต้องทำให้เกิดการหยุดพักการแข่งขัน

Sepang-12-hours-08

การแข่งขัน Sepang 12 hours 2015 ครั้งนี้ ทีม TP12 Racing Team ได้คว้าชัยในรุ่นการแข่งขัน GT3 ในตำแหน่งผู้ชนะอันดับที่ 3 ซึ่ง ทีม TP12 Racing Team นี้มีคุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นไทยคนเดียวที่เข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้และ ได้นำพาทีมประสบความสำเร็จ เป็นอีกก้าวหนึ่งของนักแข่งไทยในสนามแข่งระดับโลกครั้งนี้ Sepang 12 hours 2015